
เคยสงสัยไหมว่าทำไมทาครีมกันแดด SPF สูงทุกเช้า แต่ผิวหน้ายังหมองคล้ำ มีฝ้าจาง ๆ ขึ้นตามโหนกแก้ม หรือรู้สึกว่าริ้วรอยมาเยือนเร็วกว่าที่ควร โดยเฉพาะคนวัย 30 ปีขึ้นไปที่ต้องออกไปทำงานกลางแดด ขับรถ หรือแค่เดินไปทำธุระตอนกลางวัน ทั้งที่ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ คำตอบคือ ครีมกันแดดเป็นเพียงเกราะป้องกันชั้นนอก แต่แสงแดดส่งผลกับผิวเราลึกกว่าที่คิด และการปกป้องผิวให้ได้ผลจริงต้องอาศัยการดูแลทั้งจากภายนอกและภายในไปพร้อมกัน
ทำไมครีมกันแดดอย่างเดียวถึงไม่พอ
ครีมกันแดดส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวไหม้แดด แต่ในชีวิตจริงผิวเราเผชิญกับปัจจัยมากกว่านั้น เช่น
- UVA รังสีที่ทะลุลึกถึงชั้นหนังแท้ เป็นตัวการสำคัญของริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ครีมกันแดดบางชนิดป้องกัน UVA ได้ไม่เต็มที่
- แสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ และแม้แต่แสงแดดเอง ก็มีการศึกษาบางชิ้นชี้ว่าอาจกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระในผิวได้เช่นกัน
- การทาไม่สม่ำเสมอ คนส่วนใหญ่ทาครีมกันแดดบางเกินไป หรือไม่ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงตามที่ควร ทำให้ประสิทธิภาพจริงต่ำกว่าค่า SPF ที่ระบุไว้มาก
- เหงื่อและการเสียดสี ทำให้ครีมกันแดดหลุดลอกโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบไทย
นั่นหมายความว่าแม้ทาครีมกันแดดดีแค่ไหน ผิวก็ยังมีโอกาสรับรังสีบางส่วนเข้าไปสะสมอยู่ดี
แสงแดดทำอะไรกับผิวเราในระดับเซลล์
เมื่อรังสี UV กระทบผิว มันจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรและไปทำลายโครงสร้างเซลล์ผิว รวมถึงเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินที่ทำหน้าที่คงความยืดหยุ่นของผิว งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าการสะสมของอนุมูลอิสระจากแสงแดดในระยะยาวมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ นอกจากนี้ความร้อนจากแสงแดดยังอาจส่งผลต่อการทำงานของไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ฟื้นฟูตัวเองได้ช้าลง
เกราะป้องกันจากภายใน สำคัญแค่ไหน
ในเมื่อกันแดดภายนอกป้องกันได้ไม่ครบ 100% การเสริมความแข็งแรงให้ผิวจากภายในจึงเป็นอีกแนวทางที่หลายคนเริ่มให้ความสำคัญ หลักการคือการช่วยให้เซลล์ผิวมีความพร้อมรับมือกับความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ที่เกิดจากแสงแดดได้ดีขึ้น สารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมจึงเข้ามามีบทบาทในจุดนี้ โดยทำหน้าที่เป็นเหมือน “หน่วยเก็บกวาด&rdquo้ อนุมูลอิสระส่วนเกินก่อนที่จะไปทำลายเซลล์ผิวมากขึ้น
Astaxanthin สารต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องผิวจากแสงแดด
Astaxanthin เป็นสารสีแดงที่พบในสาหร่ายและสัตว์ทะเลบางชนิด เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการศึกษาในแง่การปกป้องผิวจากความเครียดที่เกิดจากแสงแดดค่อนข้างมาก มีการศึกษาบางชิ้นพบว่า Astaxanthin อาจช่วยลดผลกระทบของรังสี UV ต่อเซลล์ผิวได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสามารถทดแทนการทาครีมกันแดด หรือป้องกันผิวไหม้แดดได้ 100% การใช้ร่วมกันทั้งการปกป้องภายนอกและการดูแลจากภายในจึงเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลมากกว่า ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์อย่าง NAD+ NMN Serum Astaxanthin ที่ผสาน Astaxanthin เข้ากับ NMN และ Hyaluronic Acid เพื่อบำรุงผิวหลังจากที่ผิวเผชิญความเครียดจากสิ่งแวดล้อมในแต่ละวัน
ดูแลผิวยามค่ำคืน ช่วงเวลาทองในการฟื้นฟูจากแดด
ตอนกลางวันผิวทำหน้าที่ป้องกันตัวเองจากแสงแดดและมลภาวะ ส่วนตอนกลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตัวเอง การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก่อนนอนที่มีส่วนผสมช่วยฟื้นฟูจึงมีความสำคัญไม่แพ้การป้องกันตอนกลางวัน อย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มครีมทาหน้าก่อนนอนที่ผสาน NMN, Astaxanthin ร่วมกับ Graphite-Silica (Black Silica) และเทคโนโลยี FIR (Far Infrared) ก็เป็นตัวอย่างของแนวคิดการดูแลผิวช่วงกลางคืนที่เน้นการฟื้นฟูมากกว่าการปกป้อง ซึ่งต่างจากบทบาทของครีมกันแดดที่เน้นป้องกันในช่วงกลางวัน
ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยเสริมการป้องกันแดดให้ครบวงจร
นอกจากผลิตภัณฑ์ทาผิวและการดูแลจากภายในแล้ว พฤติกรรมประจำวันก็มีผลไม่น้อย เช่น
- สวมหมวกปีกกว้างหรือแว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
- หลีกเลี่ยงแดดจัดช่วง 10 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมงหากไม่จำเป็น
- ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง ไม่ใช่ทาแค่ครั้งเดียวตอนเช้า
- รับประทานผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดเป็นประจำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะผิวที่ขาดน้ำจะฟื้นตัวจากความเสียหายได้ช้าลง
การป้องกันแสงแดดที่ได้ผลจริงจึงไม่ใช่การพึ่งพาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานทั้งการป้องกันภายนอก การดูแลจากภายใน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน ผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระและการดูแลผิวสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ หน้ารวมบทความงานวิจัย
ทาครีมกันแดดแล้ว ยังจำเป็นต้องดูแลผิวจากภายในอีกไหม
จำเป็น เพราะครีมกันแดดป้องกันได้เฉพาะรังสีบางส่วนและมักหลุดลอกระหว่างวัน การดูแลจากภายในด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเป็นการเสริมเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ไม่ใช่การทดแทนครีมกันแดด
อยู่แต่ในบ้านหรือในที่ร่ม ยังต้องกันแดดอยู่ไหม
แสงแดดสามารถทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาได้บางส่วน โดยเฉพาะรังสี UVA ดังนั้นหากอยู่ใกล้หน้าต่างเป็นเวลานานหรือขับรถบ่อย การทาครีมกันแดดยังคงมีประโยชน์อยู่
กินอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระช่วยเรื่องแดดได้ผลจริงหรือไม่
มีการศึกษาบางชิ้นชี้ว่าสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดอาจช่วยลดความเครียดออกซิเดชันที่เกิดจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสามารถป้องกันผิวไหม้แดดหรือทดแทนครีมกันแดดได้ ควรใช้เป็นส่วนเสริมควบคู่กับการป้องกันภายนอกเสมอ
สุดท้ายแล้ว การดูแลผิวจากแสงแดดที่ได้ผลจริงคือการมองภาพรวมทั้งหมด ไม่ใช่แค่เลือก SPF สูง ๆ แล้วจบ แต่ต้องอาศัยทั้งการป้องกันภายนอก การเสริมสร้างเกราะป้องกันจากภายในด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับผิวในระยะยาว
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริม
ภาพ: Photo by Armin Rimoldi on Pexels